• Home
  • Our Products
  • Specification
  • Technical Data
  • Contact Us
  • ENVIRONMENT FRIENDLY
           
    PROPERTIES OF PVC BOARD

    PROPERTIES UNIT VALUE STANDARD
    Density ( ความหนาแน่น ) g/cm3 0.65-0.75 ASTM 303-96
    Tensile strength ( กำลังต้านทานการดึง ) N/mm2 15-16 ASTM D638-93
    Elongation at tear ( การยืดตัวจนขาด ) % 14-30 ASTM D638-93
    Modulus of elasticity ( สัมประสิทธิ์ความยืดหยุ่น ) N/mm2 950-1000 ASTM D638-93
    Flexual strength ( กำลังต้านทานการโค้งงอ ) Mpa   ASTM C203-92
    a.Machine direction   41.2  
    b.Cross direction   37.4  
    Impact strength ( กำลังต้านทานการกระทบ ) MJ 474.71 Lzod
    Shore hardness D ( ความแข็ง )   >65 ASTM D2240
    Vicat softening point ( จุดอ่อนตัว ) C >75 DIN 53460
    Thermal conductivity ( การนำความร้อน ) W/m0K 0.0635 ASTM C518
    Dielectric strengh cm >60 DIN 53481
    Dielectric constant kV/cm 1.9-2.0 DIN 53483
    Water absorption ( การดูดซับน้ำ ) % 0.086 ASTM C209-92
    -weight increase after 2 hr immersion      
    Flammability ( การไหม้ไฟ )     Self extinguishing



    CHEMICAL RESISTANCE
    Excellent resistance against   : Mineral acid, alkalis, plating solution, paper3making chemical, pickling Solutions and fume, and other inorganic solution and fume. Good resistance againt : alcohol, aliphatic hydrocarbons, glycols, amines, phenols. Not recommended with: ketones, aromatic Hydrocarbons, chlorinated solvents, some esters and ether.

    TECHNICAL INFORMATION
     
     การเชื่อม
               สามารถใช้วิธีการเชื่อมแผ่นให้ติดกัน 2 วิธีการ คือ เชื่อมด้วยอากาศร้อน และเชื่อมด้วยวิธีการบัดกรีการเชื่อมทั้งสองวิธีการดังกล่าวจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง เพื่อจะได้มีความแข็งแรงของรอยตะเข็บ หัวใจในการเชื่อมดังนี้ อุณหภูมิ , เวลา และ แรงกด ณ ตำแหน่งของการเชื่อม
               ความสะอาดของตำแหน่งส่วนที่นำมาติดกันเป็นส่วนสำคัญที่สุด เพราะความสกปรกหรือ สารปนเปื้อนตรงรอยตะเข็บ จะลดความแข็งแรงของรอยตะเข็บของการเชื่อมลงอย่างมาก ถ้าจำเป็นต้องใช้ลวดเชื่อม PVC ภายหลังเชื่อมแล้วควรจะต้องกำจัดส่วนเกินของการเชื่อม โดยวิธีการขูด, ขัด ส่วนเกินด้วยกระดาษทรายให้เรียบร้อย
               - การเชื่อมด้วยอากาศร้อนธรรมดา
                ลวดเชื่อมและแผ่นที่ต้องการเชื่อมจะถูกให้ความร้อน โดยหัวเชื่อมจะเคลื่อนที่ขึ้นลงคล้ายกับพัด หรือการทอผ้า ลวดเชื่อมจะเคลื่อนที่ในลักษณะตั้งฉาก และกดให้สม่ำเสมอตลอดแนวการเชื่อม
               - การเชื่อมด้วยอากาศแบบเร่ง
                การเชื่อมในลักษณะนี้จะต้องใช้หัวเชื่อมพิเศษ ลวดเชื่อมจะสอดเข้าไปในหัวเชื่อม และพื้นผิวจะถูกทำให้อ่อนตัวโดยความร้อน และกดลิ้นของหัวเชื่อมลงในแนวที่ต้องการ ความเร็วจะประมาณ 3-4 เท่า มากกว่าแบบแรก
               - การเชื่อมโดยใช้หัวบัดกรี
                การเชื่อมแบบนี้ควรใช้กับแผ่นที่มีความหนาน้อย เช่น freefoam ซึ่งมีความหนา 3-4 mm. พื้นผิวของแผ่นจะถูกความร้อน โดยใช้หัวบัดกรีและกดหัวบัดกรีขณะเชื่อมด้วย หัวบัดกรีชนิดนี้โดยมากจะเป็นแบบใช้ไฟฟ้า หลังจากแผ่นร้อนจนหลอมละลายในตำแหน่งที่ต้องการแล้ว ให้กดตัวแผ่นที่ต้องการให้ติดกับพื้นที่ กดตำแหน่งที่เชื่อมจนกระทั่งเย็นจึงสามารถแตะได้ด้วยมือ

     การเคลือบผิว
    1. พื้นผิวของแผ่นพลาสวูดที่จะเคลือบผิวจะต้องสะอาด แห้ง ปราศจากฝุ่น และคราบน้ำมัน โดยให้ใช้กระดาษทรายขัดพื้นผิวของแผ่นตรงบริเวณที่จะเคลือบผิวเสียก่อน จากนั้นให้ใช้ผ้าขาวชุบทินเนอร์เช็ดเพื่อให้พื้นผิวของแผ่นสะอาด ปราศจากฝุ่น และคราบน้ำมัน ซึ่งจะทำให้การเคลือบผิวติดแน่นมากขึ้น
    2. ถ้าเคลือบผิวด้วยโฟไมก้า (Formica) ให้ใช้กาวยางชนิดที่ตัวทำละลายค่อนข้างแรง และข้น ซึ่งนิยมใช้กันในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป โดยทาให้ทั่วแล้วใช้โฟไมก้ารีดทับลงบนแผ่นพลาสวูด ตรงส่วนโค้งต้องใช้ความร้อนเข้าช่วยเพื่อโค้งแผ่นโฟไมก้า หรืออาจจะเคลือบด้วย แผ่นฟิลม์อะครีลิคเป็นพวกเมธิวเมตาครีเลต (Polymethylmethacrylate,PMMA) ซึ่งมีลวดลายให้เลือกได้มากมาย และใช้กาวสังเคราะห์เป็นตัวเชื่อมประสาน

     การเลื่อย
    เลื่อยมือ
    เนื่องจากคุณสมบัติที่ดีของแผ่น plastwood ที่สามารตัดดได้ง่าย โดยใช้เลื่อยที่มีฟันเลื่อยชนิดตรง เลื่อยโลหะที่โดยทั่วไปใช้กับงานเหล็กจะไม่เหมาะสมกับงานตัดแผ่น Foam sheet เพราะฟันเลื่อยจะเล็กและถี่มากทำให้พีวีซีหลอมละลายและติดฟันเลื่อย
    เลื่อยวงเดือน
    เลื่อยวงเดือน เหมาะสำหรับงานตัดตรงเป็นแนวยาว จะได้ผิวของงานตัดที่สะอาด ถ้าใช้เลื่อยประเภทฟันเลื่อยสั้น และรอบต่ำ ฟันเลื่อยที่ใช้ควรจะเป็นฟันเลื่อยที่เว้าเข้าด้านใน ซึ่งหันไปในทิศตรงกันข้าม และมีร่องระบายความร้อนด้วย พื้นผิวด้านรอยตัดจะสะอาดและสวยงาม ถ้าใช้ Carbide Tipped Blades เลื่อยประเภทนี้เป็นเลื่อยที่ใช้สำหรับงานไม้และงานพลาสติก

     การเจาะ
    แผ่น plastwood อาจจะเจาะโดยใช้สว่านเกลียวที่มีมุม 30o ความเร็วในการตัดและเจาะขึ้นอยู่กับความลึกของรูที่ต้องการ ข้อแนะนำให้ใช้สว่านเจาะสำหรับงานพลาสติกโดยเฉพาะจะดีที่สุด

     การขึ้นรูป
               แผ่น Plaswood จะเหมือนวัสดุเทอร์โมพลาสติกทั่วไป ที่มีการยืดหยุ่นเมื่อร้อนและสามารถขึ้นรูปได้ ช่วงอุณหภูมิที่ดีที่สุดในการขึ้นรูปจะอยู่ระหว่าง 120 oC ถึง 180oC ภายหลังจากการขึ้นรูปและวัสดุเย็นลงแล้วจะยังคงรูปอยู่ในขณะร้อน แรงที่ใช้ในการขึ้นรูปจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งนั้น วิธีการขึ้นรูปของแผ่น Plastwood มี 2 วิธีคือ
               - การขึ้นรูปโดยการดัด
                การดัดโดยการใช้เครื่องดัดธรรมดา สำหรับวัสดุที่มีความยาวมากอาจจะใช้จิ๊ก (Bending Jig) รัศมีภายในของการดัดจะต้องมากกว่า 2 เท่าของความหนาของแผ่น เพื่อป้องกันการเสียของแผ่นขณะให้ความร้อนจะต้องควบคุมให้อุณหภูมิสม่ำเสมอ แหล่งกำเนิดของความร้อนอาจจะมาได้จากแหล่งต่างๆ หลายประเภทซึ่งจะต้องทดลองเพื่อความเหมาะสม เช่น เครื่องทำความร้อนไฟฟ้า อาจใช้ แสงอินฟราเรด หรือ ลวดให้ความร้อน , ร่องให้ความร้อนไฟฟ้า และ เครื่องเป่าลมร้อน
               - การขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์
                แผ่น Plastwood จะอ่อนตัวเมื่อให้ความร้อนสามารถขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์ตัวผู้ ความหนาของแผ่นจะต้องขึ้นอยู่กับขนาดของแม่พิมพ์ตัวผู้และรูปแบบที่ต้องการ
               ::การขึ้นรูปด้วยการเป่า
                การขึ้นรูปแบบนี้แม่พิมพ์จะต้องใช้แม่พิมพ์ตัวเมีย โดยการทำให้แผ่นร้อนและยืดแผ่นด้วยเครื่องยืดระหว่างแผ่นที่เป่าร้อนและแม่พิมพ์ตัวเมียนั้นแผ่นจะทำให้ขึ้นรูปด้วยอากาศวัดซึ่งฉีดเข้าไปบนฐานของเครื่องมือแรงดันของลมอัดจะประมาณ 2 บาร์ หรือ 29 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว
                เวลาที่ใช้ในการให้ความร้อน
                - ตู้แห้ง ประมาณ 2 นาที ต่อความหนา 1 มิลลิเมตรของแผ่น
                - เตาอบแบบหมุนเวียนอากาศ 1.5 นาที ต่อความหนา 1 มิลลิเมตร อุณหภูมิของแผ่นพิมพ์ควรจะอยู่ในช่วงของ 120 oC ถึง 140 oC เนื่องจากแผ่นจะถูกยืดอย่างมั่นคง และจะมีการเปลี่ยนแปลงความหนาของรูปแบบ ตามลักษณะแม่พิมพ์ตลอดแผ่น อัตราขยายพื้นที่ของแผ่นไม่ควรจะเกิน 1 : 2 ซึ่งจะสามารถคงความเรียบของผิวหน้าแผ่นอยู่ได้
               :: การขึ้นรูปด้วยสูญญากาศ
               อุณหภูมิที่ใช้สำหรับการขึ้นรูปด้วยสูญญากาศควรจะอยู่ในช่วง 160 0C ถึง 180 oC อัตราขยายของพื้นที่ของแผ่นไม่ควรเกิน 1:1.5 ส่วนค่าต่างๆ ในการตั้งเครื่องขึ้นรูป ควรจะทดสอบหาค่าก่อน เพราะจะขึ้นอยู่กับรูปแบบของแม่พิมพ์นั้นๆ
                ในกรณีของเครื่องขึ้นรูปด้วยสูญญากาศด้วยระบบคู่ ความร้อนที่ใช้อยู่ที่ 18 กิโลกรัม ต่อตารางเมตร และ 13 กิโลวัตต์ ต่อตารางเมตร สำหรับส่วนบนและส่วนล่างค่าต่างๆ ที่จะขอแนะนำสำหรับการขึ้นรูปแบบสูญญากาศ จำนวน 100 แผ่น
                ระบบความร้อนส่วนบน 400 o
               ระบบความร้อนส่วนล่าง300 o
               ระยะเวลาที่ใช้ 15 ถึง 20 วินาที ต่อความหนาแผ่น 1mm

     การตกแต่งสี (Color decoration)
               1. พื้นผิวของแผ่นพลาสวูดที่จะตกแต่งสี จะต้องสะอาด แห้ง ปราศจากฝุ่น และคราบน้ำมัน โดยให้ใช้กระดาษทรายขัดพื้นผิวของแผ่นตรงบริเวณที่จะตกแต่งเสียก่อน จากนั้นให้ใช้ผ้าขาวชุบทินเนอร์เช็ด เพื่อให้พื้นผิวของแผ่นสะอาดปราศจากฝุ่น ถ้าจะให้ผิวเรียบเป็นมันควรใช้กระดาษทรายประเภท Lubricated silicon carbide abrasive เบอร์ 400 , 600
               2. ส่วนบริเวณของที่เกิดจากการตัด ให้โป๊วสีด้วยสีโป๊วรถยนต์ หรือ สามารถโป๊วด้วยสีโป๊วไฟเบอร์ (Polyester putty) ทิ้งสีโป๊วแห้งสนิทและขัดด้วยกระดาษทรายอย่างละเอียดดังกล่าวข้างต้น
               3. การใช้สี โดยทั่วไปในงานปูน, งานไม้และงานเหล็ก จำเป็นจะต้องใช้สีรองพื้น แต่งานของ Plastwood ไม่มีความจำเป็นต้องใช้สีรองพื้น เพราะ Plastwood ไม่มีความเป็นด่างหรือเปื่อยตามอายุการใช้งาน และไม่จำเป็นต้องป้องกันการเกิดสนิมของการทำปฎิกิริยาของเนื้อเหล็กกับอากาศ ดังนั้น Plastwood สามารถใช้กับสีจริงหรือสีทับหน้าได้โดยไม่ต้องรองพื้น
                ข้อควรระวังของการใช้สีบนพื้นผิวของ Plastwood มีเพียงประการเดียว คือการใช้สีให้ถูกประเภท ดังนี้
    3.1 การใช้งานภายนอก (Exterior uses) สีตระกูลอะครีลิค (Acrylic lacquer) หรือสีโพลียูรีเทน (Polyurethane) จะสามารถทนทานต่อสภาวะแวดล้อมได้นานกว่าสีประเภทอื่นๆ
    3.2 การใช้งานภายใน (Interior uses) โดยทั่วไปงานตกแต่งสีภายในไม่ค่อยจะจำเป็นต้องมีความทนทานต่อสภาพแวดล้อมสูงนัก ดังนั้นจึงสามารถใช้สีที่ตระกูลเดียวกับสีอะครีลิค (Acrylic lacquer) หรือสีตระกูลที่รองลงมาเช่น สีพีวีซี (PVC enamel) ได้
               การพ่นสีบนพื้นผิว Plastwood ควรพ่นสีทับประมาณ 2 เที่ยว โดยเที่ยวแรกเป็นการพ่นบางๆ และปล่อยให้สีแห้งก่อน แล้วจึงพ่นสีทับอีกครั้งเป็นครั้งที่ 2
               หมายเหตุ ขั้นตอนการทำเหมือนกับงานตกแต่งสีเฟอร์นิเจอร์ไม้ทั่วไป


    Fabrication Techniques of plastwood

    Machining : Conventional Wood and Metal Working tools can be used for cutting , sawing , punching and turning etc.
    Forming : Bending and folding of sheets possible
    Sticking : Possible with commercially available solvent based adhesive for PVC
    Printing : Possible with familiar printing process. Screen printing or Hot stamping preferred
    Sealing Edge Faces : Porous faces can be smoothly and tightly sealed with suitable synthetic resin or closed with standard edge banding strips
    Surface Finishing : Sealing / Painting with Acrylic Lacquers or fishing with Hot stamping foils


    Sale Office : 2832, 34, 36 Pracharat 1 Rd., Bangsue, Bangkok 10800 Thailand   Tel. 081-4872564 , 086-3279846
    Factory : 88 Moo 5 Bangna-Trad Rd., Bangpakong, Chacheungsoa 24130 Thailand   Tel. (038) 828434-7 Fax. (038) 828438

  • Home
  • Our Products
  • Specification
  • Technical Data
  • Contact Us
  • (C) COPYRIGHT 2002 SIAM PLASTWOOD CO.,LTD. ALL RIGHT RESERVED.